head-slogan
register
edit-profile
search
วันที่ 23 มกรามก 2561 เวลา 10:14 น.

ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรงขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง พระราม9 เน็ตเวิร์ค Give Siam ดาวปูแดง BCI Network ขายตรง ขายตรง jeunesseglobal jeunesseglobal

ขุดข้อมูลพาณิชย์ใครจริง ใครโม้ เผยสถิติยอดขาย 5 อันดับสูงสุดของธุรกิจขายตรงในรอบ 3 ปี ระหว่างปี 2552-2554 จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์

ยักษ์ใหญ่ แอมเวย์ ครองแชมป์ เบอร์ 1 ตลอดกาล ขณะที่ กิฟฟารีน รั้งอันดับ 2 เชิดหน้าชูตาขายตรงพันธุ์ไทย ลบคำครหาโดนแซง ด้าน นู สกิน ไต่ขึ้นมาติดท็อปไฟว์ครั้งแรกในปี 2554 แหล่งข้าวชี้หลายบริษัทเคลมตัวเลขเกินจริง หวังเลี่ยงภาษี

ภาพรวมอุตสาหกรรมขายตรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่-ย 6-10% ต่อปี ซึ่งปัจจุบันแม้จะยังไม่มีหน่วยงานใดเก็บข้อมูลหรือตัวเลขเพื่อทำสถิติตลาดรวมขายตรง แต่สมาคมอุตสาหรรมขายตรงไทย (TDSA) ได้ร่วมมือกับบริษัทวิจัยชื่อดังในการเก็บข้อมูลตัวเลข 2 ปีต่อ 1 ครั้ง เพื่อหาตัวเลขตลาดรวม โดยในปี 2552 ที่ผ่านมาตลาดรวมธุรกิจขายตรงมีมูลค่า 52,900 ล้านบาท เติบโตจากปี 2551 อยู่ที่ 14.6% จนมาถึงปัจจุบันที่ยังไม่มีการเก็บข้อมูลตัวเลขดังกล่าว แต่มีการคาดการณ์กันว่าตลาดรวมขายตรงน่าจะมีมูลค่าเกือบ 100,000 ล้านบาท

เผยตัวเลขท็อปไฟว์

จากข้อมูลดังกล่าวถือเป็นดัชนีวัดได้ว่าอุตสาหกรรมขายตรงปัจจุบันยังคงเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล ซึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดให้เติบโต มาจากการที่ธุรกิจขายตรงมีภาพลักษณ์ที่ดีมากขึ้นในสายตาของผู้บริโภค การแข่งขันเพื่อสร้างแบรนด์ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่างๆ การให้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจขายตรงให้กับผู้บริโภคในวงกว้าง ตลอดจนการออกสินค้าใหม่ที่อิงเทรนด์สุขภาพ ซึ่งอัตราการเติบโตดังกล่าวถูกนำเสนอในรูปแบบของการเก็บสถิติ การจัดอันดับ 1 ใน 5 ของธุรกิจขายตรงที่มียอดขายสูงสุด ล่าสุดนสพ. เดอะพาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ได้เก็บสถิติรวบรวมตัวเลขบริษัทขายตรงที่สร้างยอดขายได้สูงสุด 5 อันดับแรก ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปี 2554 กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ ได้ว่า บริษัทที่ยังครองยอดขายเป็นอันดับ 1 ตลอดกาลยังคงเป็นเจ้าตลาดอย่างบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่วนอันดับสองเป็นของบริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิซิตี้ จำกัด ซึ่งที่ผ่านมาเป็นประเด็นถกเถียงกันมาโดยตลอดว่าอันดับที่ 2 เป็นของผู้ประกอบการรายใด ระหว่างกิฟฟารีน แบรนด์สินค้าคนไทย กับบริษัท ซูเลียน(ประเทศไทย) จำกัด ยักษ์ใหญ่จากประเทศมาเลเซีย ซึ่งจากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุชัดเจนว่า ซูเลียน มียอดขายอยู่ในอันดับสาม แค่ในปี 2552 และปี 2554 เท่านั้น เพราะในปี 2553 อันดับยอดขายสูงสุดอันดับ 3 ตกเป็นของ บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด

สำหรับสถิติยอดขายในรอบ 3 ปี (2552-2554) พบว่า ในปี 2554 ที่ผ่านมาบริษัทที่ทำยอดขายได้เป็นอันดับ 1 คือ แอมเวย์ มียอดขายรวม 14,644 ล้านบาท ตามด้วยกิฟฟารีน ที่มียอดขาย 5,146 ล้านบาท อันดับ 3 ซูเลียน มียอดขาย 4,980 ล้านบาท อันดับ 4 เอมสตาร์ มียอดขาย 3,933 ล้านบาท และอันดับ 5 เป็นของบริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด ที่มียอดขาย 1,954 ล้านบาท

ทั้งนี้ จากสถิติยอดขายในปี 2553 นั้น อันดับ 1 คือ แอมเวย์ มียอดขาย 13,590 ล้านบาท อันดับ 2 กิฟฟารีน มียอดขาย 4,609 ล้านบาท อันดับ 3 เอมสตาร์ มียอดขาย 4,585 ล้านบาท อันดับ 4 ซูเลียน มียอดขาย 4,184 ล้านบาท และอันดับ 5 บริษัท คังเซน-เคนโกฯ มียอดขาย 2,204 ล้านบาท ขณะที่ปี 2552 อันดับ 1 แอมเวย์ มียอดขาย 12,609 ล้านบาท อันดับ 2 กิฟฟารีน มียอดขาย 4,355 ล้านบาท อันดับ 3 ซูเลียน มียอดขาย 3,309 ล้านบาท อันดับ 4 คังเซน-เคนโก มียอดขาย 2,377 ล้านบาท และอันดับ 5 เอมสตาร์ มียอดขาย 1,805 ล้านบาท

ยักษ์ใหญ่เร่งสร้างแบรนด์

การขึ้นท็อปไฟว์ของ นู สกิน ในปี 2554 นั้น ถือเป็นครั้งแรกของนูสกินที่ขึ้นอันดับท็อปไฟว์ หลังจาก นู สกิน ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 16 ปี โดยปัจจัยที่ทำให้ นู สกิน มียอดขายที่เติบโตนั้นมาจากการรุกตลาดเพื่อสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง และการสร้างโพซิชั่นของแบรนด์ที่เป็นสินค้าต่อต้านความเสื่อมชราอย่างชัดเจน และมีการตอกย้ำตำแหน่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนโยบายดังกล่าว นูสกินได้ผลักดันทั่วโลก ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าต่อต้านความเสื่อมชรา เพราะเทรนด์หรือแนวโน้มตลาดของสินค้าในกลุ่มเอนไทน์เอจจิ้งมีการเติบโตเป็นอย่างมาก

ส่วนพี่ใหญ่ในวงการขายตรงอย่างแอมเวย์ ที่สามารถรักษายอดขายได้ติดอันดับ 1 มาโดยตลอด นอกเหนือจากการสร้างธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนานแล้ว ยังเป็นผลมาจากแอมเวย์ได้สร้างแบรนด์ และรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง ครบวงจรทุกด้าน ทั้งสมาชิกกลุ่มผู้บริโภคและการสื่อสารแบรนด์ผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งมีการสร้างตำแหน่งสินค้าที่ชัดเจนเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภค อาทิ แบรนด์นิวทริไลท์ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาร์ทิสทรี ในกลุ่มสินค้าความงาม ทั้งกลุ่มสกินแคร์ และสีสัน อีกทั้งแอมเวย์ยังมี รอยัลตี้ แบรนด์กับผู้บริโภคที่สูงไม่น้อย

ส่วนกิฟฟารีนแม้จะเป็นสินค้าแบรนด์ไทย ยังสามารถสร้างยอดขายได้เป็นอันดับสองตลอดระยะเวลา 3 ปี(2552-2554) ซึ่งเป็นผลมาจากกิฟฟารีนได้สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และหากถามกลับไปว่า ปัจจุบันผู้บริโภครู้จักแบรนด์กิฟฟารีนมากน้อยเพียงใด เรื่องนี้ น.ต.พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ ของ กิฟฟารีน เผยว่าจากการสำรวจล่าสุดพบว่าผู้บริโภคมากถึง 99% รู้จักแบรนด์กิฟฟารีน ไม่เพียงแค่รู้จักแบรนด์เท่านั้น แต่ยังรู้จัก น.ต.พญ.นลินี ด้วยว่าเป็นเจ้าของธุรกิจกิฟฟารีน

ขณะที่กิฟฟารีนเองได้สร้างความมั่นใจในธุรกิจให้กับสมาชิกและผู้บริโภคด้วยการตั้งโรงงานผลิตสินค้าในกลุ่มเสริมอาหาร ที่มีการลงทุนมากกว่า 700 ล้านบาท รวมทั้งสินค้าของกิฟฟารีน ก็มีความหลากหลาย ที่สำคัญราคาสินค้าเป็นราคาที่ผู้บริโภคจับต้องได้ มีการซื้อซ้ำ อีกทั้งคุณภาพสินค้าดี ส่งผลให้กิฟฟารีนมีสมาชิกผู้บริโภคสูงถึง 6,000,000 คน และมีนักธุรกิจอิสระมากกว่า 500,000 คน ประกอบกับที่ผ่านมากิฟฟารีนมีการสร้างแบรนด์ผ่านสื่ออย่างชัดเจน

ซัดบางรายมั่วตัวเลข

อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมามีบริษัทขายตรงชื่อดังหลายบริษัทได้โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ว่ามียอดขายหลายพันบาท แต่จากการแจ้งรายได้ไปยังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าหลายบริษัทมียอดขายไม่ถึง 1,000 ล้านบาท บางบริษัทแถลงต่อหน้าสื่อว่ามียอดขายสูงถึง 5,000 ล้านบาท แต่กลับแจ้งกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าว่ามียอดขายเพียง 800 ล้านบาทเท่านั้น

สำหรับประเด็นดังกล่าว แหล่งข่าวจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า การกระทำดังกล่าวสามารถตีความได้หลายอย่างที่บริษัทขายตรงเหล่านั้นไม่แจ้งยอดขายตรงกับความเป็นจริง ซึ่งเป็นไปได้ว่า บริษัทเหล่านั้นอาจหลีกเลี่ยงภาษี หรือต้องการสร้างขวัญกำลังใจและกระตุ้นให้สมาชิก และแม่ทีมมีความตื่นเต้น เป็นการปลุกพลังในการแสวงหาสมาชิกอย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวทางหน่วยงานภาครัฐควรจะมีการตรวจสอบที่เข้มข้นถึงตัวเลขยอดขายทีแท้จริงของแต่ละบริษัท เพื่อสร้างความถูกต้องในธุรกิจอีกทางหนึ่งด้วย

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพเดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

แท็ก คำค้นหา

เรื่องมาใหม่ใน "กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ ข่าวขายตรงอื่นๆ นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) แอมเวย์ ประเทศไทย "

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้.....

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่

ความคิดเห็น

*

ห้ามแสดงความคิดเห็น หรือใช้ข้อความ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย ระบบมีการบันทึก IP Address, ข้อมูลผู้โพสต์ สามารถทำการตรวจสอบได้หากมีการร้องเรียน

x [close]
x [close]