head-slogan
register
edit-profile
search
วันที่ 23 มกรามก 2561 เวลา 10:14 น.

ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรงขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง พระราม9 เน็ตเวิร์ค Give Siam ดาวปูแดง BCI Network ขายตรง ขายตรง jeunesseglobal jeunesseglobal

Beauty Network สวย เริ่ด เชิด รวย

matthew-shave-photography-1-600x400 (Mobile)

ผลิตภัณฑ์ที่กำลังได้รับความนิยมในตลาดขายตรงมากที่สุดผลิตภัณฑ์หนึ่ง คงหนีไม่พ้น ผลิตภัณฑ์ความงาม ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือ เครื่องสำอาง ในอดีตที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ความงาม อาจเป็นเพียง นางรอง ไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ นางเอก ที่สร้างยอดขายได้ถล่มทลาย แต่ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ความงาม มียอดขายเติบโตอย่างมาก เมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา จนมียอดขายเทียบเคียง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ และในอนาคตไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ อาจมียอดขายแซงหน้าผลิตภัณฑ์กลุ่มอื่นๆ ก็เป็นได้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ บริษัทขายตรง ต่างเสาะหางานวิจัยดีๆ เพื่อนำมาสร้างเป็น ผลิตภัณฑ์ความงาม ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร

สงครามแห่งความงามจึงอุบัติขึ้น โดยมี ตลาดขายตรง เป็นสมรภูมิ ที่ต่างฝ่ายต่างนำเสนอสินค้าดีๆ ให้ผู้บริโภคได้พิจารณากันท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง สินค้าของใครโดดเด่นกว่า นวัตกรรมทันสมัยมากกว่า ย่อมได้เปรียบในสงครามครั้งนี้ ใครมีสินค้าดีกว่า แปลกกว่า ทันสมัยกว่า จะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทนั้นๆ เติบโตเป็นเงาตามตัวเมื่อบริษัทขายตรง ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมความงาม จึงทำให้ตลาดดังกล่าวเกิดกระแสนิยม ทุกบริษัทต่างหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ความงาม ทุ่มงบไม่อั้นในการซื้องานวิจัยเพื่อหวังจะนำมาสร้างผลิตภัณฑ์ดีๆ

เชื่อเหลือเกินว่า ในอนาคตอันใกล้ ผู้บริโภคในตลาดขายตรงจะมีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์ความงามดีๆ ที่มีให้เลือกกันไม่หวาดไม่ไหวซึ่งแต่ละ แบรนด์ ก็มีความเป็นเอกลักษณ์ มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร

ล่าสุด แอมเวย์ส่งผลิตภัณฑ์ อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ สินค้าเพื่อผิวกระจ่างใสโดย คุณรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทวางงบในการทำตลาดไว้ที่ 120 ล้านบาท เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้ากลุ่มดังกล่าว ให้สามารถเติบโตจากที่ปีก่อนที่สินค้ากลุ่มนี้ปิดยอดขายที่ 400 ล้านบาท

ในปีนี้ บริษัทต้องการให้เพิ่มขึ้นมาอีก 50 ล้าน เป็น 450 ล้านบาท รวมไปถึงการสร้างยอดขายทั้งกลุ่มของ อาร์ทิสทรี ให้ได้รวม 3,100 ล้านบาท อีกทั้งยังมีการนำนวัตกรรมของการสื่อสารที่เรียกว่า Layer เข้ามาสร้างการรับรู้อีกหนึ่งช่องทาง ซึ่งทั้งหมดถือเป็นการตอบโจทย์กลยุทธ์หาลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ได้อย่างทันท่วงที

คังเซน เคนโก เดินเกมรุก เนรมิตสถาบันความงามครบวงจร

คุณอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทคังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า แรงบันดาลใจในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ คริสติน โคคูล นอริช ครีม (Kristine Ko-Kool Pearl Norish Cream) หรือครีมไข่มุก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ ที่มียอดขายติดอันดับ 1 ของคังเซนฯ มาตลอดระยะเวลา 19 ปี

คริสติน โคคูล เพิร์ล ซีรีส์ จึงเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวที่ผสานคุณค่าแห่งข่มุกและสเต็มเซลล์จากแอปเปิ้ลสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อผลลัพธ์อันทรงประสิทธิภาพสูงสุดอย่างครบวงจร (ตั้งแต่ขั้นตอน Remove/ Cleanser/Toner/Serum/Cream/Sun/Protection/Mask) โดยการคิดค้นของ มิสเตอร์ เลี่ยว เหลียง จู้ (Mr.Liao Liang Chu) ประธานบริษัท สี่หลิงเหมิน เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านผลิตภัณฑ์ความงามมายาวนานกว่า 38 ปี เป็นสูตรลับพิเศษของไข่มุก ราชินีแห่งความงาม ที่คิดค้นและพัฒนาเพื่อผิวของคนเอเชียโดยเฉพาะ

คุณอิทธิศักดิ์ กล่าวอีกว่า ทางบริษัทได้ทำการเปิดตลาดใหม่อีกบริษัท ภายใต้ชื่อ เบอร์รี่ เฮ้าส์ ซึ่งเป็นธุรกิจสถาบันความงามโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งทางบริษัทได้สำรวจตลาดมาแล้วว่าตลาดดังกล่าวมีมูลค่าตลาดรวมเป็น 10,000 ล้านบาท และยังเป็นธุรกิจที่เอื้อกันกับธุรกิจคังเซนได้ ทางบริษัทจึงตัดสินใจเปิดสาขา เบอร์รี่ เฮาส์ สาขาแรกที่ซีคอนสแควร์

เบอร์รี่ เฮาส์ เน้นวัตถุดิบจาก เบอร์รี่ ซึ่งทางบริษัทได้ส่งไปตรวจสอบที่สถาบันชั้นนำ แน่นอนว่าต้นทุนของการทำธุรกิจนี้สูงมาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่นำมาให้บริการในสถาบันความงามเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพสูง และยังมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสูง แต่ทางบริษัทพร้อมที่จะลงทุน

ดี เน็ทเวิร์ค เปิดฉากบุกตลาด โฟกัสผลิตภัณฑ์นวัตกรรมความงาม

คุณสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ ไวด์ กล่าวด้วยว่า ทางบริษัทยังทำการเปิดตัวที่สุดแห่งนวัตกรรมดูแลผิวหน้าใหม่ล่าสุดของโลกคือ SIMILE COSMETOLOGY ซึ่งมีส่วนผสมของ Growth Factor มากถึง 8 ชนิด

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีส่วนผสมของ Growth Factor ซึ่งเป็นการนำเอานวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพระดับนาโน มาใช้ในการเพิ่มจำนวนของ Growth Factor ที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติพัฒนาจนได้สูตรของ Growth Factor ที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสภาพเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาอ่อนเยาว์ อีกครั้ง Growth Factor ที่ผสม จะนำมาจาก Growth Factor และสารที่เป็นโปรตีน Peptide หลายชนิดทำงานร่วมกัน โดยผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ถึงประสิทธิภาพของการฟื้นฟูผิวหนังในระดับเซลล์

คุณสาคร กล่าวว่า การเปิดตัว SIMILE COSMETOLOGY เนื่องจากทางบริษัทอยากทำให้สินค้าในการบำรุงผิวหน้าครบวงจรต้องการการทำความสะอาด การป้องกัน การบำรุง ซึ่งดี เน็ทเวิร์คมีสินค้าอยู่แล้ว ส่วน SIMILE COSMETOLOGY จะเข้ามาเป็นการรักษา ซึ่งจะทำให้สินค้าในกลุ่มความงามของบริษัทครบวงจร

เราเชื่อว่า SIMILE COSMETOLOGY จะสามารถตอบโจทย์และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีปัญหาเรื่องผิว ลูกค้าจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งยังสามารถลดค่าใช้จ่ายลดเวลา เป็นสินค้าที่มีนวัตกรรมสูง ในราคาที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ และแน่นอนสินค้าตัวนี้ต่อสู้ในตลาดเอเชียได้และเราเป็นเจ้าของลิขสิทธ์แต่เพียงผู้เดียวในเมืองไทย

SIMILE COSMETOLOGY เป็นสินค้าที่ถือเป็นสุดยอดแห่งนวัตกรรม มาตรฐานยุโรป บรรจุภัณฑ์ทำมาจากหนังปลา ซึ่งการใช้บรรจุภัณฑ์แบบนี้ต้องใช้เทคโนโลยีที่สูงมาก ส่วนราคานั้นสามารถจับต้องได้ ไม่แพง ราคาข้างกล่อง 3,900 บาท ราคานักธุรกิจ 3,000 บาท เกรดสินค้าอย่างนี้ ราคาอย่างนี้หาซื้อที่ไหนไม่ได้นอกจากที่ ดี เน็ทเวิร์ค

ส่วนช่องทางในการทำตลาดสำหรับ SIMILE COSMETOLOGY เราจะเน้นการทำตลาดแบบปากต่อปาก ใช้ดีแล้วบอกต่อ เราเชื่อว่าสินค้าตัวนี้จะเป็นสินค้าพระเอกในกลุ่มสกินแคร์ หลังจากทดลองตลาดมาเป็นเวลา 5-6 เดือนสินค้าตัวนี้ได้รับการตอบรับที่ดีในเบื้องต้นเราวางเป้าหมายยอดขายไว้ที่เดือนละ 500-1,000กล่อง

ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค กล่าวด้วยว่าทางบริษัทจะใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 6 Powder ผลิตภัณฑ์ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ความงามจากภายใน ประกอบด้วย D10 Plus, Snowy Powder, Refeat Power,Sweet Power ผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติอร่อยถูกปากพร้อมกับดูแลระบบภายในร่างกายของคุณสุภาพสตรีถึง 7 อย่าง, D berry Powder ที่ทางบริษัทมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ ดูทันสมัยเหมาะกับคนรุ่นใหม่ และ Oleef Coffee ก็มีการปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ดูทันสมัยถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น

เราเริ่มต้นการบุกตลาดวัยรุ่นด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่ม 6 Powder ซึ่งเราเชื่อว่ายจะถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างมาก หลังจากนั้นเราจะโหนกระแสต่อด้วยการส่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 5 Candy ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม เพื่อตีกระแสอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ประกอบด้วย Snowy Camdy, Seven Sweet CANDY, SevenSeed, C-Mix Gummy ซึ่งทางดี เน็ทเวิร์ค จะใช้ผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่มนี้ ตีตลาดกลุ่มคนวัยรุ่น และเราเชื่อมั่นว่า ด้วยความโดเด่นของผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมที่ล้ำสมัย ลิขสิทธิ์เพียงหนึ่งเดียวของเรา แพ็คเก็จสวยงาม จะทำให้เราเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

เมลาเคลียร์ ทุ่มงบกว่า 40 ล้าน ตอกย้ำผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์กระจ่างใส

คุณดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึง ผลิตภัณฑ์

แบรนด์ เมลาเคลียร์ ภายใต้การบริหารและการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางขายตรงว่า เมลาเคลียร์ เป็นแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์เกี่ยวกับผิวหน้าของผู้หญิงที่ประสบปัญหาต่างๆ ส่งผลให้ผิวหน้าไม่กระจ่างใส กลับใสดั่งปรารถนา

โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คุณภาพของสินค้า เมลาเคลียร์ ได้รับการพิสูจน์จนเห็นถึงผลลัพธ์ซึ่งเป็นที่น่าพึงพอใจ ส่งผลให้แบรนด์เมลาเคลียร์ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำความเชี่ยวชาญด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย สามารถแก้ไขปัญหาผิวหน้าได้อย่างตรงจุดอย่างปลอดภัย

สำหรับแบรนด์แอมบาสเดอร์ เมลาเคลียร์ คนล่าสุดเราได้รับเกียรติจากคุณมาช่า วัฒนพานิช ซึ่งมีบุคลิกที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ผมเชื่อมั่นว่าด้วยภาพลักษณ์นี้ จะส่งผลให้แบรนด์ เมลาเคลียร์ มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยคุณมาช่าเอง ก็ได้ทดสอบผลิตภัณฑ์เมลาเคลียร์ ด้วยตนเองเพื่อเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพ ที่เรากล้าท้าพิสูจน์ผลลัพธ์นั่นเอง

สำหำรับภาพยนตร์โฆษณา เมลาเคลียร์ ไวท์ เทลาสมา ไบรท์เทนนิ่ง ครีม ภายใต้ชื่อ Keep the Face นำแสดงโดย คุณมาช่า วัฒนพาณิช เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของบริษัท แอล แอนด์ อาร์ มีเดีย จำกัด ความยาว 30 วินาที ซึ่งได้กำหนดแพร่ภาพทางโทรทัศน์ทุกช่องแล้ววันนี้ โดยแคมเปญชุดนี้ใช้งบประมาณทั้งสิ้นกว่า 40 ล้านบาท

คุณดนัย กล่าวด้วยว่า เมลาเคลียร์ ถือเป็นแบรนด์ชั้นนำ ด้านผลิตภัณฑ์เพื่อความกระจ่างใส ตอบโจทย์ผู้หญิงที่มีปัญหาในเรื่อง ฝ้า กระ จุดด่างดำ หมองคล้ำ ด้วยประสิทธิภาพจากสารสกัดและนวัตกรรมเพื่อนำสมสู่ผลลัพธ์ จึงส่งผลให้ เมลาเคลียร์ เป็นแบรนด์ในใจสำหรับผู้หญิงไทยทั่วประเทศตลอดมา

ล่าสุด เราได้เปิดตัว เมลาเคลียร์ ไวท์ เทลาสมา ไบรท์เทนนิ่ง ครีม ท้าพิสูจน์การเปลี่ยนแปลงลงใน 11 วัน นี่ถือเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ของอาร์บูตินในระดับนาโน ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เข้มข้นถึง 2 เท่า พร้อมด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่า ดูแลกระบวนการสร้างเม็ดสีอย่างเป็นธรรมชาติ จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยจากการใช้สินค้า คุณดนัย กล่าวปิดท้าย

นู สกิน สร้างปรากฎการณ์ เปิดภาพยนตร์โฆษณาเรื่องแรก

คุณภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประเทศไทย และเวียดนาม กล่าวว่า การเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุด นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของ นู สกิน ประเทศไทย ที่ได้นำกลยุทธ์การเข้าถึงผู้บริโภคโดยดึงจุดแข็งของความเป็นผู้นำด้านผลิตภํณฑ์ต่อต้านความเสื่อมชรามาใช้ในการสื่อสารไปยังผู้บริโภค ผ่านภาพยนตร์โฆษณาแบบเต็มรูปแบบครั้งแรก โดยมอบหมายให้ บริษัท ทีบี ดับบลิวเอ (ประเทศไทย) จำกัด วางกลยุทธ์โฆษณาและผลิตภาพยนตร์โฆษณาชุด นูสกิน เดอะ รียูเนี่ยน เพื่อตอบโจทย์การตลาดและตอกย้ำภาพลักษณ์ของบริษัทฯ ซึ่งภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวจะมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ นู สกิน ให้เป็นที่รู้จักโดยสะท้อนผ่านจุดขายเรื่องผลลัพธ์แห่งวิทยาการล็อคอายุผิวให้คงความอ่อนเยาวว์ไร้ริ้วรอยและมีสุขภาพผิวดี ซึ่งสอดรับกับนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเอ็จล็อคที่ยังคงเป็นปัจจัยในการสร้างความสำเร็จและส่งเสริมยอดขาย บริษัทฯคาดการณ์ว่าหลังจากภาพยนตร์ชุดนี้ออกอากาศจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อแดละชื่นชอบในตัวผลิตภัณฑ์ และสามารถทำให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้ในแบรนด์ นู สกิน เพิ่มขึ้น 50 %

แนวคิดของภาพยนตร์โฆษณาชุด นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน ต้องการเน้นให้เดแบรนด์และชื่อสินค้าเป็นที่จดจำของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย และเพื่อเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของบริษัทฯ ซึ่งจะเน้นกิจกรรมส่งเสริมการตลาดแบบ 360 องศา โดยแบ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดแบบ Below the line ผ่านกิจกรรมโรดโชว์ อีเว้นท์ การจัดประชุมสัมมนา และโปรแกรมโบนัสท่องเที่ยว และ Above the line จะเน้นการใช้สื่อ (Mass media) ที่หลากหลายขึ้น โดยจะใช้ภาพยนตร์โฆษณษชุด นู สกิน เดอะ รียูเนี่ยน สื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ สื่อโทรมทัศน์ สิ่งพิมพ์และบิลบอร์ด เพื่อเป็นการแนะนำแบรนด์ นู สกิน ให้เป็นที่รู้จักในวงกกว้างและเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทุกรูปแบบมากขึ้น

ประธานกรรมการบริหาร นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส ประเทศไทยและเวียดนาม กล่าวเสริมว่า กลยุทธ์สู่ความสำเร็จของ นู สกิน ประเทศไทยปี 2556 บริษัทฯ มีการวางแผนและแบ่งกลยุทธ์ออกเป็นด้านต่างๆๆ เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับยโยบายและแผนการดำเนินธุรกิจขององค์กร พร้อมเตรายมปรับกลยุทธ์เพิ่มช่องทางการสื่อสารให้ครอบคลุมเพื่อให้สอดรับกับภาพยนตร์โฆษณาและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่เข้มข้นกว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงใช้กลยุทธ์ในการกระตุ้นยอดสมาชิกใหม่โดยเน้นการสร้างโอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunity) เพื่อขยายฐานของผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่และเพิ่มจำนวนผู้ทำธุรกิจให้มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อรองรับการขยายตลาดสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อย่างเต็มรูปแบบ

โดยยังคงจุดยืนที่มุ่งเน้นการชูนวัตกรรมแห่งการชะลอวัยผ่านผลิตภัณฑ์ระดับคุณภาพภายใต้เทคโนโลยี

เอจล็อค เพื่อย้ำภาพผู้นำด้านผลิตภัณฑ์การต่อต้านความชรา ซึ่งในปีนี้ บริษัทฯมีแผนเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ เอจล็อค อารร์สแควร์ (AgeLocr2) และเอ็จล็อค ทรูเฟซ เอสเซ็นซ์อัลตร้า (ageLOC TRU FACE ESSENCE ULTRA) เพื่อชิงผู้นำตลาดแอนไทเอจจิ้ง พร้อมทำการตลาดแนวรุกเพิ่มช่องทางการสื่อสาร Mass Communication ภายใต้แนวคิด Live Young, Fell Young เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป

เป้าหมายความสำเร็จ นู สกิน ประเทศไทยปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 20 % และมีทิศทางการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนมากขึ้น ยืนยันได้จากตลอด 8 ปีที่ผ่านมามีตัวเลขการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงถึงความท้าทายอีกขั้นที่จะทำให้นู สกิน ก้าวสู่ความสำเร็จพิชิตยอดขายที่ 5,000 ล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้าตามที่ได้เคยประกาศไว้ โดยอาศัยปัจจัยหลักมาจากความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและแตกต่างกับคู่แข่งจำนวนผู้ทำธุรกิจที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตลอดจนทิศทางการขยายฐานผู้บริโภคทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดทั่วภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งนอกเหนือจากการเดินหน้าในด้านธุรกิจแล้ว บริษัทฯ ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการตอบแทนสังคมตามปณิธานที่มุ่งมั่นมาตลอด 15 ปี ในการให้ความช่วยเหลือองค์กรและหน่วยงานต่างๆ รวมถึงให้ความช่วยเหลือการสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็กโรงพยาบาลราชวิถีมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปีที่ผ่านมา สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจไปแล้วจำนวนกว่า 5,000 ราย ทั้งนี้ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าปัจจัยบวกต่างๆ นี้จะส่งเสริมให้นู สกิน เดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้แน่นอน คุณภคพรรณ ระบุปิดท้าย

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.อินมาร์เก็ตติ้ง ฉบับที่ 166 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556

แท็ก คำค้นหา

 , , , , , ,

เรื่องมาใหม่ใน "ข่าวขายตรงอื่นๆ คังเซน-เคนโก Kangzen-Kenko ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส แอมเวย์ ประเทศไทย "

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้.....

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่

ความคิดเห็น

*

ห้ามแสดงความคิดเห็น หรือใช้ข้อความ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย ระบบมีการบันทึก IP Address, ข้อมูลผู้โพสต์ สามารถทำการตรวจสอบได้หากมีการร้องเรียน

x [close]
x [close]