head-slogan
register
edit-profile
search
วันที่ 23 มกรามก 2561 เวลา 10:15 น.

ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรงขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง ขายตรง พระราม9 เน็ตเวิร์ค Give Siam ดาวปูแดง BCI Network ขายตรง ขายตรง jeunesseglobal jeunesseglobal

ต้นทุนสินค้าพุ่ง! MLM ทยอยปรับราคาตาม

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading ... Loading ...

ปัจจุบัน ราคาสินค้าในท้องตลาดนับว่ามีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งหลายฝ่ายให้ความเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้น มาเหล่านี้ เป็นผลเนื่องจากราคาต้นทุน โดยเฉพาะเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ทำให้เจ้าของสินค้า หรือ เจ้าของธุรกิจ ต้องปรับราคาสินค้าตาม เพื่อรองรับปัจจัยดังกล่าวกลายเป็นห่วงโซ่

เมื่อราคาต้นทุนของสินค้ามีการปรับ ตัวกลายเป็นประเด็นที่แน่ชัดว่า สิ่งนี้จะส่ง ผลกระทบต่อไปยังผู้ประกอบการหลายบริษัท โดยธุรกิจขายตรงก็ไม่ต่างกัน ที่ดูแล้ว คงต้องเริ่มมีการปรับราคาสินค้าตามต้นทุน ทางทีมข่าว สยามธุรกิจ จึงได้สอบถามในประเด็นดังกล่าวว่า เมื่อราคาต้นทุนสินค้า บวกกับราคาสินค้าในท้องตลาดปรับตัวสูงขึ้นเช่นนี้ ธุรกิจขายตรงจะเป็นอย่างไร

โดยที่ผ่านมา บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นแบรนด์ขาย ตรงเบอร์หนึ่งของประเทศก็ได้ออกมายอมรับผ่านสื่อว่า บริษัทจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น เพราะกว่า 4 ปีแล้วที่บริษัทคงราคาสินค้าของบริษัทไว้ ทั้งๆ ที่ผ่านมา ต้นทุน ในการบริหารจัดการหลายอย่างของบริษัท ก็มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัท ต้องปรับราคาสินค้าบางรายการขึ้นอีก 6% ซึ่งถึงแม้ราคาของสินค้าจะปรับตัวขึ้นก็ ตาม ทางบริษัทยังมีความเชื่อมั่นว่า สินค้าของบริษัทจะยังคงขายดีได้เช่นเดิม เนื่อง จากคุณภาพของสินค้านั่นเอง

นอกจากในส่วนของ แอมเวย์ แล้ว ยังมีทางด้านของ มิสทิน โดย นายดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็น อีกหนึ่งบริษัทที่มีการประกาศในส่วนของการปรับขึ้นราคาสินค้าแล้ว โดยต้นทุนวัตถุดิบ ของมิสทินคิดเป็นสัดส่วน 80% ต้นทุนค่า แรง 20% หลักๆ เป็นค่าแรงในกลุ่มสกิน แคร์และแป้งมีสัดส่วน 10% และต้นทุนค่าแรงกลุ่มเมกอัพมีสัดส่วนเฉลี่ย 7-9% กรณีการปรับขึ้นค่าแรงจะทำให้ต้นทุนค่า แรงในกลุ่มสินค้าเมกอัพเพิ่มขึ้น 4-5% ส่วนต้นทุนค่าแรงในกลุ่มแป้งและสกินแคร์เพิ่ม ขึ้น 6-7% ทำให้สินค้าใหม่ที่จะออกมาทำตลาดในอีก 1-2 เดือนข้างหน้ามีราคาที่สูงขึ้น สะท้อนโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริง สำหรับสินค้าที่มีจำหน่ายในตลาด อยู่แล้ว บริษัทไม่มีแผนปรับขึ้นราคาภายในปีนี้ แต่จะทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าเฉลี่ย 2-5% โดยดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไปครั้งละ 2% ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2556

ด้าน พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า เรื่องของการปรับราคา สินค้าในท้องตลาด ส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจ และกิฟฟารีนเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่ม ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ แต่เรื่องของการปรับราคาสินค้าขึ้นตามนั้น บริษัทจะยังคง ไม่ปรับขึ้นในเวลานี้ เนื่องจากไม่ต้องการผลัก ภาระไปสู่ผู้บริโภค ส่วนอนาคตคงต้องหารือกับผู้บริหารของบริษัท อีกทีว่าจะปรับขึ้นหรือไม่อย่างไร พ.ญ.นลินี เผย

ทางด้านนายอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คังเซน เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า คังเซนฯ จะมีการปรับราคาสินค้าเพื่อช่วย ลดต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นหรือไม่นั้น นายอิทธิศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทจะพิจารณาจาก หลายๆ ปัจจัย เพราะหลายปีที่ผ่านมา ทางบริษัทต้องแบกรับกับต้นทุนในการจัดการหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนทางลอจิสติกส์ จากอัตราราคาน้ำมัน โลกที่เพิ่มขึ้น ขณะนี้ตนและผู้บริหารจึงกำลังพิจารณาดูภาพรวมของสินค้าว่าจะมีการปรับในกลุ่มไหนก่อน และในอัตราเท่าใด

นางวิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ในแง่การปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับกับ สถานการณ์ดังกล่าว ในขณะนี้บริษัทยังไม่มี แผนใดๆ มารองรับในจุดนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปรับราคาสินค้า หรือการ ปรับเปลี่ยนแผนโปรโมชั่นต่างๆ คือ ในแง่ ราคาสินค้าของบริษัทจะมีการปรับตามมาตรฐานของสำนักงานใหญ่อเมริกา

โดยคูณเป็นจำนวนเงินไทยและบวกกับค่าคอมมิสชั่นที่บริษัทจ่าย ฉะนั้นในปีนี้บริษัท จึงไม่มีแผนที่จะปรับขึ้นราคาสินค้าอย่างแน่นอน การปรับขึ้นราคาสินค้าอาจเป็นไป ได้สำหรับบริษัทที่มีโรงงานการผลิตภาย ในประเทศ แต่บริษัท ตาฮิเตียนฯ มีสายงานการผลิตอยู่ในต่างประเทศ ดังนั้นถ้าตราบใดที่อัตราแลกเปลี่ยนยังคงอยู่ในระดับคงที่ และเศรษฐกิจของโลกโดยรวม ยังไม่ดิ่งมาก บริษัทคงไม่มีการปรับขึ้นราคา สินค้าอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ นอกจากบริษัทต่างๆที่กล่าวมานี้ ซึ่งเริ่มมีแผนขยับตัวรองรับราคาต้น ทุนที่เริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มบริษัทใหม่ๆ ก็ยังเป็นกลุ่มหนึ่งที่ตั้งราคาสินค้าไว้สูง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า จากราคาสินค้า ของบริษัทใหม่เหล่านี้ ที่มีราคาสูง เป็นผล มาจากการตั้งราคาเพื่อรองรับราคาต้นทุน ไว้แล้วหรือไม่

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ขายตรง ฉบับที่ 1299 ประจำวันที่ 12-5-2012 ถึง 15-5-2012

แท็ก คำค้นหา

 , , ,

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้.....

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่

ความคิดเห็น

*

ห้ามแสดงความคิดเห็น หรือใช้ข้อความ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย ระบบมีการบันทึก IP Address, ข้อมูลผู้โพสต์ สามารถทำการตรวจสอบได้หากมีการร้องเรียน

x [close]
x [close]